ค้นหางานศิลปกรรม
ฐานข้อมูลศิลปกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประติมากรรมพระวิษณุ ภายในปราสาทกระวาน
สลักภาพพระวิษณุ โดยเป็นพระวิษณุ 1 เศียร 8 กร รายล้อมด้วยเหล่าเทวดาและเทวสตรี ทางด้านรูปแบบศิลปะ พระวิษณุทรงสวมกระบังหน้า มีรัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นทรงกรวย มีการทำพระกร 8 กร นุ่งผ้าสมพตสั้น ระดับพระชานุ ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ ถัดลงมามีชายสมอเรือซ้อนกัน 2 ชั้น โดยชายสมอด้านหลังทิ้งตกลงมาจนถึงพื้น
ประติมากรรมพระวิษณุตรีวิกรม ภายในปราสาทกระวาน
พระวิษณุทรงสวมกระบังหน้า มีรัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นทรงกรวย มี 4 กร ที่พระหัตถ์ขวาหน้าทรงถือดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือกระบอง พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือสังข์ นุ่งผ้าแบบสมพรตสั้นระดับพระชานุ ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ ถัดลงมามีชายสมอเรือซ้อนกัน 2 ชั้น โดยชายสมอด้านหลังทิ้งตกลงมาจนถึงพื้น พระบาทข้างขวาทรงมีดอกบัวมารองรับ ปรากฏรูปสตรีถือดอกบัว ซึ่งหมายถึงพระภูมิเทวี ส่วนพระบาทข้างซ้ายประทับอยู่บนฐาน ที่ด้านซ้ายของรูปบุคคลตรงกลางมีรูปบุคคลขนาดเล็กนั่งพนมมืออยู่ น่าจะหมายถึงท้าวพลี
ประติมากรรมพระวิษณุทรงครุฑ ภายในปราสาทกระวาน
ภาพสลักพระวิษณุ ทรงสวมกระบังหน้า มีรัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นทรงกรวย มี 4 กร ที่พระหัตถ์ขวาหน้าทรงถือดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายหน้าทรงถือกระบอง พระหัตถ์ขวาหลังทรงถือจักร พระหัตถ์ซ้ายหลังทรงถือสังข์ นุ่งผ้าแบบสมพรตสั้นระดับพระชานุ ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ทรงประทับเหนือรูปบุคคลที่มีปีก และแผงขนนกรอบพระวรกาย สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นครุฑ พาหนะของพระองค์วิษณุ
ประติมากรรมพระลักษมี ภายในปราสาทกระวาน
พระลักษมีทรงสวมกระบังหน้า มีรัดเกล้าเป็นแนววงแหวนซ้อนลดหลั่นเป็นทรงกรวย มี 4 กร ทรงถือสิ่งของของเทพต่างๆและพระวิษณุ เช่น ตรีศูล ของพระศิวะ จักร ของพระวิษณุ นุ่งผ้านุ่งยาวจนถึงข้อพระบาท ผ้านุ่งมีริ้วทั้งผืน ด้านหน้ามีชายผ้าเป็นรูปวงโค้งขนาดใหญ่ ใต้แผ่นวงโค้งมีชายเข็มขัดเป็นแถบขนาดใหญ่ ที่ด้านซ้ายและขวาของพระลักษมีมีรูปบุคคลขนาดเล็กนั่งพนมมืออยู่
ประติมากรรมหน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่องนรสิงห์
หน้าบันมีลักษณะยืดสูงเป็นทรงสามเหลี่ยม มีกรอบซุ้มเป็นซุ้มคดโค้ง กล่าวคือมีการทำกรอบโค้งเข้าโค้งออกอย่างสวยงาม ปลายกรอบซุ้มเป็นรูปนาคหลายเศียรตามแบบหน้าบันในสมัยพระนครตอนปลาย ตรงกลางหน้าบันปรากฏภาพสลักเล่าเรื่องเป็นรูปนรสิงห์แหวกอกอสูร
ประติมากรรมทับหลัง สลักภาพเล่าเรื่องพระกฤษณะปราบพระยากงส์
ทับหลังในสมัยบันทายศรีจะมีลักษณะรับอิทธิพลมาจากศิลปะเกาะแกร์ มาผสมผสานกับศิลปะพระโค กล่าวคือการทำภาพเล่าเรืองอยู่กึ่งกลางทับหลังกดทับท่อนพวงมาลัยให้โค้งลงมาอยู่ด้านล่างของทับหลัง ท่อนพวงมาลัยมีการทำลายใบไม้ตั้งขึ้น และใบไม้ห้อยลงตามอีกทั้งยังปรากฏการทำพวงอุบะแทรกอยู่ในส่วนของใบไม้ห้อยลงตามแบบศิลปะพระโค ลักษณะเด่นของทับหลังในสมัยนี้ก็คือการประดับบริเวณเสี้ยว (เศษ 1 ส่วน 4) ของท่อนพวงมาลัยด้วยรูป “ใบหน้าสัตว์ขบท่อนพวงมาลัย” ซึ่งต่อไปจะเป็นต้นแบบของเสี้ยวพวงอุบะในศิลปะบาปวน ตรงกลางของทับหลัง ปรากฏภาพเล่าเรื่องพระกฤษณะปราบพระยากงส์
ประติมากรรมหน้าบัน สลักภาพเล่าเรื่องตอนกฤษณะปราบพระยากงส์
หน้าบันมีลักษณะยืดสูงเป็นทรงสามเหลี่ยม มีกรอบซุ้มเป็นซุ้มคดโค้ง กล่าวคือมีการทำกรอบโค้งเข้าโค้งออกอย่างสวยงาม ปลายกรอบซุ้มเป็นรูปนาคหลายเศียรตามแบบหน้าบันในสมัยพระนครตอนปลาย ตรงกลางหน้าบันปรากฏภาพสลักเล่าเรื่องเป็นรูปพระกฤษณะปราบพระยากงส์
ประติมากรรมทับหลังสลักภาพเล่าเรื่องนารายณ์บรรทมสินธุ์
ทับหลังในศิลปะนครวัด สืบรูปแบบมาจากศิลปะแบบบาปวน คือ ท่อนพวงมาลัยบริเวณกลางทับหลังจะอ่อนโค้งมาด้านล่าง รวมถึงมีการแบ่งเสี้ยวที่ท่อนพวงมาลัย แต่ที่แตกต่างออกไปคือการแทรกภาพเล่าเรื่องลงไปในทับหลัง