ค้นหางานศิลปกรรม

ฐานข้อมูลศิลปกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 
 
 
 
 
 
 

พระธาตุพนม

คำสำคัญ : เจดีย์ทรงระฆัง, พระธาตุ, พระธาตุพนม

ชื่อหลักวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร
ประเภทงานศิลปะสถาปัตยกรรม
ตำบลธาตุพนม
อำเภอธาตุพนม
จังหวัดนครพนม
ภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประเทศไทย
พิกัดภูมิศาสตร์
ค่าองศาทศนิยม
Lat : 16.942662
Long : 104.723826
พิกัดภูมิศาสตร์
พิกัดกริด
Zone : 47 Q
Hemisphere : N
E : 470594.19
N : 1873232.75
ตำแหน่งงานศิลปะกลางเขตพุทธาวาส

ประวัติการสร้าง

แม้ว่าตำนานอุรังคธาตุจะย้อนประวัติการสร้างพระธาตุพนมให้เก่าแก่ไปจนถึงสมัยพุทธกาล แต่ตามข้อเท็จจริงทางศิลปกรรมและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สรุปได้ว่า พระธาตุพนมเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรืออาจมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว ต่อมาในสมัยล้านช้างราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 ได้ปฏิสังขรณ์ศาสนสถานนี้จนกลายเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์

หลักฐานที่เก่าแก่ถึงพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรือก่อนหน้านั้น คือ เรือนธาตุ แผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยอิฐไม่ฉาบปูน ประดับตกแต่งด้วยลวดลายต่างๆ เช่น กนกพรรณพฤกษา เสากลม จากการเปรียบเทียบรูปแบบทางศิลปกรรมพบว่าลักษณะเสากลมละม้ายกับเสาประดับกรอบประตูในศิลปะเขมรแบบไพรกเมง-กำพงพระ ทำให้นักวิชาการหลายท่านใช้เป็นหลักฐานกำหนดอายุเรือนธาตุว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 อย่างไรก็ตามบางท่านเห็นว่าการประดับผนังเรือนธาตุด้วยเสาจำนวนมาก และเสาบางต้นประดับลวดลายไว้ภายในอาจเกี่ยวข้องกับปราสาทในศิลปะจาม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 ก็ได้ อย่างไรก็ตาม รูปแบบในภาพรวมของเรือนธาตุแสดงให้เห็นถึงลักษณะท้องถิ่นที่แตกต่างไปจากศิลปกรรมในสถานที่อื่นๆ อย่างแท้จริง

สำหรับหลักฐานสมัยล้านช้างได้แก่ยอดทรงบัวเหลี่ยมก่อนที่จะมีการขยายใหญ่สูงใหญ่ขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยอดดังกล่าวนี้มีรูปทรงอ้วนเตี้ยกว่าปัจจุบัน สามารถศึกษาได้จากภาพถ่ายเก่า สันนิษฐานว่าเป็นงานปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 22-23 โดยกษัตริย์หลายพระองค์ เช่น พระเจ้าไชยเชษฐา พระยาสุริยวงศาธรรมิกราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครั้งที่พระครูโพนสะเม็กเป็นผู้นำการปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2233-2234 เข้าใจว่าในครั้งนี้คงปิดเรือนธาตุของพระธาตุพนมจนไม่สามารถเข้าไปภายในได้

สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2483 ได้ขยายยอดทรงบัวเหลี่ยมให้ใหญ่และสูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้พระธาตุพนมถล่มลงมาเมื่อ พ.ศ. 2518 ทางการได้บูรณะขึ้นมาใหม่จนแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2522
ประวัติการอนุรักษ์

ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ฉบับที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478

สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2483 มีการสร้างยอดทรงบัวเหลี่ยมใหม่ครอบทับลงบนยอดเดิม ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นประกอบกับมีน้ำฝนไหลซึมสู่ภายในพระธาตุจึงเป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้พระธาตุพนมถล่มลงมาเมื่อ พ.ศ. 2518

การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งสำคัญหลังพระธาตุพนมถล่มลงมาใช้เวลายาวนานจนสำเร็จลงเมื่อ พ.ศ.2522 โดยยึดถือตามรูปแบบครั้งสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งองค์ ตอกเสาเข็มให้มั่นคงแข็งแรง ในส่วนของเรือนธาตุได้นำเอาภาพสลักเดิมมาประกอบขึ้นใหม่ เสริมอิฐใหม่เฉพาะส่วนที่พังเสียหาย พระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบในคราวบูรณะปฏิสังขรณ์ก็ได้นำกลับไปประดิษฐานยังตำแหน่งเดิม
ลักษณะทางศิลปกรรม

พระธาตุพนมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน องค์ประกอบสำคัญแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เรือนธาตุ และยอดทรงบัวเหลี่ยม

เรือนธาตุก่ออิฐไม่ฉาบปูน มีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส น่าจะตรงกับที่ตำนานอุรังคธาตุเรียกว่า อุโมงค์ (อูบมุง) ประดับตกแต่งกึ่งกลางแต่ละด้านด้วยซุ้มประตูหลอก ถัดออกมาสองข้างของซุ้มประตูตกแต่งด้วยเสาหลอกทรงกลม มุมทั้งสี่สลักภาพกนกพรรณพฤกษาและรูปบุคคลขี่พาหนะ ซึ่งได้รับการเชื่อมโยงเข้ากับตำนานอุรังคธาตุว่าเป็นรูปพระยาทั้งห้าที่ได้ร่วมกันสร้างพระธาตุพนมขึ้น

ถัดขึ้นไปเป็นชั้นซ้อนจำลองเรือนธาตุจำนวน 1 ชั้น ถัดไปจากนั้นเป็นยอดบัวเหลี่ยม ส่วนนี้นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะล้านช้าง
ข้อมูลที่สำคัญทางวิชาการ

พระธาตุพนมเป็นเจดียสถานศักดิ์สิทธิ์สองฝั่งแม่น้ำโขง เป็นศูนย์รวมความเชื่อถือศรัทธาของพุทธศาสนิกชนมายาวนานหลายร้อยปี ได้รับการจำลองไปสร้างยังที่ต่างๆ มากมาย สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในดินแดนไทยกับลาวได้ชัดเจน โดยความสัมพันธ์นี้มีมาแล้วตั้งแต่สมัยล้านช้างเป็นอย่างน้อย

ยุคประวัติศาสตร์
สมัย/รูปแบบศิลปะล้านช้าง
อายุพุทธศตวรรษที่ 22 (ยกเว้นส่วนเรือนธาตุที่น่าจะสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 หรือก่อนหน้านั้น)
ศาสนาพุทธ
ศาสนา/ความเชื่อที่เกี่ยวข้องพุทธศาสนา
ตำนานที่เกี่ยวข้อง

ตำนานอุรังคธาตุซึ่งแต่งขึ้นในสมัยล้านช้างได้เล่าถึงประวัติการสร้างพระธาตุพนมว่า ในสมัยพุทธกาลพระพุทธองค์เสด็จมายังสถานที่ต่างๆ สองฟากฝั่งโขง หนึ่งในนั้นที่พระองค์เสด็จมาคือภูกำพร้า อยู่ในเขตแดนแคว้นศรีโคตรบูร ซึ่งก็คือที่ตั้งพระธาตุพนมในปัจจุบัน พระองค์มีพุทธทำนายว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนอก) กระทั่งเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วพระมหากัสสปะได้เชิญพระอุรังคธาตุมาประดิษฐานไว้ ครั้งนั้นท้าวพระยาในบ้านเมืองต่างๆ ได้ร่วมกันสร้างพระธาตุขึ้น ได้แก่ พระยาสุวรรณภิงคาร เมืองหนองหานหลวง พระยาคำแดง เมืองหนองหานน้อย พระยาจุลณีพรหมทัต แคว้นจุลณี พระยาอินทปัฏนคร เมืองอินทปัฏนคร และพระยานันทเสน เมืองศรีโคตรบูร

จากนั้นพระยาทั้งห้าได้สวรรคตลงและเกิดใหม่เป็นพระอรหันต์ ได้ร่วมกันกับพระยาสุมิตรธรรมวงศา ผู้ครองแคว้นศรีโคตรบูร พร้อมด้วยท้าวพระยาอื่นๆ บูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมอีกครั้งหนึ่ง

กาลล่วงเลยมาช้านาน พระธาตุพนมขาดการดูแลรักษา จวบจนกระทั่งสมัยล้านช้างซึ่งเป็นสมัยที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุพนมขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง
งานศิลปะที่เกี่ยวข้อง

พระธาตุพนมได้รับการจำลองแบบไปสร้างเป็นพระธาตุอื่นๆจำนวนมาก เช่น พระธาตุเรณู พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุวัดมหาธาตุ จังหวัดนครพนม พระธาตุครอบพระพุทธบาทบัวบก จังหวัดอุดรธานี

รูปแบบลิขสิทธิ์Attribution-NonCommercial-NoDerivs (CC BY-NC-ND)
เจ้าของสิทธิ์ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
วันที่จัดทำข้อมูล2015-09-21
ผู้จัดทำข้อมูลดร.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง
บรรณานุกรม

เทพรัตนโมลี, พระ. ประวัติย่อพระธาตุพนม. พิมพ์ครั้งที่ 4, พระนคร : เฟื่องอักษร, 2514.

ประภัสสร์ ชูวิเชียร. 5 มหาเจดีย์สยาม. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, 2554.

พระธาตุพนม. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2518.

ธรรมราชานุวัตร, พระ. และ โสภณเจติยาภิบาล, พระ. อุรังคนิทาน ตำนานพระธาตุพนม (พิสดาร). พิมพ์ครั้งที่ 11, กรุงเทพฯ : จูน พับลิชชิง, 2551.

ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ พระพุทธรูป ฮูปแต้ม สิม ศิลปะลาวและอีสาน. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, 2555.

สิริกุล จุมพล และคนอื่นๆ. แหล่งท่องเที่ยวอีสานบน. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2534.

อนุวิทย์ เจริญศุภกุล. พระธาตุพนม. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, 2521.