ค้นหางานศิลปกรรม

ฐานข้อมูลศิลปกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 
 
 
 
 
 
 
แสดง 409 ถึง 416 จาก 824 รายการ, 103 หน้า
เจดีย์ธรรมยาซิกา
พุกาม
สถาปัตยกรรมเจดีย์ธรรมยาซิกา

เจดีย์ประกอบด้วยฐานในผังห้าเหลี่ยมเพิ่มมุมจำนวนสามชั้น แต่ละชั้นประดับภาพชาดกและมีทางประทักษิณพร้อมบันไดขึ้นทุกด้าน ที่มุมประดับด้วยสถูปิกะ องค์ระฆังประดับด้วยรัดอกและบัวคอเสื้อตามแบบเจดีย์พม่าโดยทั่วไป ไม่มีบัลลังก์ ถัดขึ้นไปได้แก่ปล้องไฉนทรงกรวยเตี้ย ปัทมบาทและปลีสั้นซึ่งถือเป็นลักษณะสำคัญของเจดีย์แบบพม่าในศิลปะพุกาม แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นลักษณะของเจดีย์แบบพม่าแท้โดยทั่วไป แต่ลักษณะที่โดดเด่นของเจดีย์องค์นี้ก็คือ การที่เจดีย์องค์นี้อยู่ในผังห้าเหลี่ยม ซึ่งแทนพระอดีตพุทธและอนาคตพุทธในภัทรกัป ด้านหน้าบันไดแต่ละด้านปรากฏกู่ประดิษฐานพระอดีตพุทธและอนาคตพุทธ เจดีย์ทรงระฆังห้าเหลี่ยมถือเป็นลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเจดีย์องค์นี้ เนื่องจากไม่มีเจดีย์ทรงระฆังองค์อื่นใดอีกเลยในศิลปะพุกามที่สามารถสร้างเจดีย์ในแผนผังแบบพิเศษนี้

เจดีย์ติโลมินโล
พุกาม
สถาปัตยกรรมเจดีย์ติโลมินโล

เป็นเจตียวิหารสองชั้นที่พยายามจำลองแบบเจดีย์สูลามณีซึ่งสร้างขึ้นโดยรัชกาลก่อนหน้า โดยปรากฏการซ้อนกันของเรือนธาตุชั้นล่างกับชั้นบน ชั้นล่างเป็นแกนกลางขนาดใหญ่รับน้ำหนักเจตียวิหารในผังแบบครรถคฤหะ-มณฑปด้านบน ส่วนยอดนั้นเป็นยอดศิขระ รูปแบบทั้งหมดนี้ไม่แตกต่างไปจากเจดีย์สูลามณี เจตียวิหารสองชั้นนี้ถือเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะพุกามตอนปลาย โดยปรากฏมาก่อนที่เจดีย์สัพพัญญูในรัชกาลพระเจ้าอลองสิทธุ และกลายเป็นที่นิยมในรัชกาลพระเจ้านรปติสิทธุและพระเจ้านันตวงมยา

เจดีย์มหาโพธิ
พุกาม
สถาปัตยกรรมเจดีย์มหาโพธิ

เนื่องจากเจดีย์องค์นี้เป็นการจำลองแบบเจดีย์มหาโพธิ์ที่พุทธคยา ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นอาคารสองห้องที่ห้องด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ส่วนห้องด้านหลังประดิษฐานต้นพระศรีมหาโพธิ์ เรือนธาตุอยู่ในรูปของฐานชคตีที่รองรับศิขระห้ายอดในผังปัญจายตนะ (ศิขระหลังกลางหนึ่งขนาบด้วยศิขระบริวารทั้งสี่ทิศ) ตามระเบียบแบบอินเดีย ศิขระที่นี่เป็นศิขระรูปสี่เหลี่ยมคางหมูและประกอบไปด้วยเรือนธาตุจำลองเช่นเดียวกับเจดีย์มหาโพธิ์ที่อินเดีย ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลอกเลียนแบบมากกว่ารูปแบบที่เป็นไปตามพัฒนาการปกติ

มิงคลาเจดีย์
พุกาม
สถาปัตยกรรมมิงคลาเจดีย์

เจดีย์ประกอบด้วยฐานในผังสี่เหลี่ยมเพิ่มมุมจำนวนสามชั้น แต่ละชั้นประดับภาพชาดกและมีทางประทักษิณพร้อมบันไดขึ้นทุกด้าน ที่มุมประดับด้วยสถูปิกะ องค์ระฆังประดับด้วยรัดอกและบัวคอเสื้อตามแบบเจดีย์พม่าโดยทั่วไป ไม่มีบัลลังก์ ถัดขึ้นไปได้แก่ปล้องไฉนทรงกรวยเตี้ย ปัทมบาทและปลีสั้นซึ่งถือเป็นลักษณะสำคัญของเจดีย์แบบพม่าในศิลปะพุกาม เจดีย์แบบพม่าแท้องค์นี้ แสดงการเลียนแบบเจดีย์ชเวซิกองอย่างชัดเจน ทำให้มีรายละเอียดเกือบเหมือนเจดีย์ชเวซิกองต้นแบบอนึ่ง เจดีย์ชเวซิกองได้รับการเลียนแบบเสมอๆ ตลอดสมัยพุกามต่อเนื่องลงมาถึงสมัยหลัง

เจดีย์ชเวมอดอ
พะโค
สถาปัตยกรรมเจดีย์ชเวมอดอ

เจดีย์มอญมีองค์ประกอบที่สำคัญก็คือ แผนผังเป็นแปดเหลี่ยมเพิ่มมุม ฐานลาดเอียง ไม่มีบันไดขึ้นและลานประทักษิณด้านบน รวมถึงสถูปิกะมักประดับอยู่ด้านล่างเสมอ และมีปลีที่ยืดยาวเหมือนปลีกล้วย ทั้งหมดนี้แตกต่างไปจากเจดีย์แบบพม่าแท้ทุกประการ เจดีย์องค์นี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดภายหลังแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในปลายพุทธศตวรรษที่ 25 ศิลปกรรมของเจดีย์องค์นี้จึงเป็นสมัยปัจจุบันซึ่งมีสัดส่วนไม่งดงามเท่าเจดีย์องค์เดิม

เจดีย์สุเล
ย่างกุ้ง
สถาปัตยกรรมเจดีย์สุเล

ฐานในผังแปดเหลี่ยมที่ประกอบด้วยบัวถลาสามชั้นและมาลัยเถาสามชั้น ถือเป็นลักษณะเฉพาะอีกแบบหนึ่งของเจดีย์มอญซึ่งเน้นความลาดเอียงของฐานเป็นหลัก ส่วนด้านบนของเจดีย์องค์นี้ อยู่ในแผนผังแปดเหลี่ยมตั้งแต่องค์ระฆังจนถึงปลียอด ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะที่งดงามของเจดีย์องค์นี้ อนึ่ง มาลัยเถาสามชั้นนี้อาจทำหน้าที่ทดแทน “ฐานเขียงกลมสามชั้น” ที่มักรองรับองค์ระฆังในศิลปะมอญ ซึ่งทำให้เจดีย์มอญแตกต่างไปจากเจดีย์แบบพม่าอย่างชัดเจน

มหาเจดีย์
สถาปัตยกรรมมหาเจดีย์

เจดีย์ประกอบด้วยฐานในผังแปดเหลี่ยมเพิ่มมุม เป็นฐานลาดตามแบบมอญ แต่กลับมีบันไดขึ้นและมีทางประทักษิณด้านบนตามแบบพม่า ถัดขึ้นไปได้แก่ฐานเขียงในผังกลมจำนวนมากตามแบบมอญ รองรับองค์ระฆัง ส่วนยอดเป็นของซ่อมใหม่สมัยปัจจุบัน การที่เจดีย์องค์นี้มีการผสมผสานกันระหว่างศิลปะมอญและศิลปะพม่านั้น สอดรับกับประวัติศาสตร์ของพม่าในระยะนั้นที่ราชวงศ์ตองอูของพม่าได้ยกทัพลงมายึดครองเมืองหงสาวดีของชาวมอญ จึงทำให้เกิดการผสมผสานกันระหว่างเจดีย์สองแบบ

ไจก์ติโย
ไจก์ติโย
สถาปัตยกรรมไจก์ติโย

ก้อนหินที่แขวนอยู่บนหน้าผา เกือบจะร่วงหล่นแต่ไม่ร่วงหล่น ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ต่อมาถูกดัดแปลงให้กลายเป็นพุทธสถานได้ ชาวกระเหรี่ยงพื้นถิ่นผู้นับถือผีมาก่อนคงจะสังเกตเห็นความมหัศจรรย์ดังกล่าวและสถาปนาก้อนหินดังกล่าวให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งต่อมาได้ถูกดัดแปลงเป็นพุทธสถานโดยชาวมอญและมีการแต่งตำนานแบบพุทธเพื่อโยงความศักดิ์สิทธิ์เข้ากับความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติดังกล่าว